วันศุกร์ที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2558

ยกจิตยกใจขึ้น

ปัญหาสำคัญประการหนึ่งของผู้ป่วย นั่นคือ หมดจิตหมดใจ เพราะอาการที่เป็นมันนาน หรือรู้ว่าบทสุดท้ายจะลงเอยอย่างไร ก็เลยถอดใจ คำปรารภที่มักจะได้ยินบ่อย ก็คือ อยู่ไปก็เป็นภาระของลูกหลาน ครอบครัว

ดังนั้น การกอบกู้หรือฟื้นฟู จึงมิใช่เพียงแต่แค่การทานสมุนไพร หากแต่สิ่งสำคัญประการแรก ก็คือการสร้างกำลังใจ ยกระดับจิตใจขึ้นมาก่อน เพื่อให้ตื่นตัว มีกำลังต่อสู้

หลวงพ่อนิพนธ์ จึงได้เริ่มบทพระมาลัย ให้คนที่มีอาการเลวร้าย เรียกว่าวิกฤตในโรคต่างๆ ประเภทหมอทิ้งแล้วทั้งนั้น ที่ผ่านการฟื้นฟูตนจนสำเร็จ มาทำหน้าที่เป็นพระมาลัยโปรดสัตว์ เล่าประวัติของตน ในอดีตที่เป็นมา และประสพการณ์ในการทานสมุนไพร จนกระทั่งฟื้นฟูตนจนสำเร็จ

กิจกรรมนี้ ก็จะทำให้คนส่วนใหญ่ที่อาการไม่เลวร้ายเท่า เมื่อได้ยินได้ฟัง ก็จะได้มีกำลังใจ และเชื่อมั่น เป็นการยกระดับจิตใจให้อยากต่อสู้ ที่สำคัญ เห็นหนทางแล้วว่า สู้แล้วชนะได้

วันพฤหัสที่ผ่านมา ก็ได้รับฟังจากหลายท่าน ท่านหนึ่งที่น่าสนใจคือ ป้าก้อย ผู้ซึ่งเป็นหลานของคุณหญิงบุญเรือน ชุณหวัณ ภรรยาท่านนากยกชาติชาย

ป้าก้อยเล่าให้ฟังว่า วิธีการรักษาใดๆในโลก ที่ว่าดี หมอไหนที่ว่าเจ๋ง ไปมาหมดแล้ว ทุกแบบ ทุกแผน ฝรั่ง ไทย จีน พระเจ้า ... ผลก็คือ อาการรูมาตอยด์ มีแต่หนักขึ้น สภาพสุดท้ายที่หมอทิ้ง นั่นคือ การต้องนั่งรถเข็น เดินไม่ได้ มือเท้าหงิก หมดแรงลงทุกวัน

มาวันนี้ ป้าก้อยกลับมาเดินได้ ขับรถเองได้ เหลือเพียงอย่างเดียวที่เป็นสิ่งที่รักแต่ยังทำไม่ได้ คือ การกลับไปเป็น นักเต้นเท้าไฟ

แต่สิ่งหนึ่งที่ป้าก้อยประหลาดใจ และดีใจมาก นอกจากการหายจากรูมาตอยด์ นั่นก็คือ เล็บที่เคยเปราะ แตกหัก เสียรูปง่าย กลับมางอก และแข็งแรงดังเดิม พูดง่ายๆ ก็กลับมาทำสวยได้แบบเดิม นี่เป็นของแถมที่ป้าก้อยไม่คาดฝัน

บทสรุปที่หลวงพ่อนิพนธ์ชี้ให้เห็น หลายคนจะมุ่งเน้นที่สมุนไพร แต่คนไข้บางประเภท โดยเฉพาะพวกอัมพฤกต์ อัมพาต สิ่งที่สำคัญไม่แพ้กันก็คือ กำลังใจ เพราะคนเหล่านี้ ถูกอาการกัดกินไม่เพียงแต่กาย ใจก็หมดไปด้วย เรียกว่าหมดอาลัยตายอยากกับชีวิต

คนไข้ที่สาหัส เช่น มะเร็ง เอดส์ ก็เช่นกัน เมื่อรู้ว่าเป็นแล้วตาย บางคนก็เลยเบื่ออาหารไปเลย

คนที่ฟื้นฟูตนแล้วเสร็จ หลวงพ่อนิพนธ์จึงกล่าวว่า ตอนนี้ก็มีโอกาส ที่จะทำตนเป็นพระมาลัย ให้คนรุ่นหลังได้ยิน ได้ฟัง แล้วรู้ว่า แนวทางสมุนไพรของพระภูมี ที่แม่ชีเมี้ยนนำมา ... ผู้ใดทำได้ ผู้นั้นย่อมได้ผลเลิศ ตามปรารถนา นั่นคือ หายโรคได้

ดังนั้น ตั้งแต่เดือนหน้าเป็นต้นไป คนไข้มะเร็งที่อาการสาหัส เมื่อสมัครใจเข้าคอร์ส หน้าที่หนึ่งที่จะต้องพึงมี นั่นคือ การให้ข้อมูล ในอาการที่เป็น ถ่ายรูปหรือวิดิโอเก็บไว้ ทุกสัปดาห์ ดูความก้าวหน้าของอาการ เพื่อที่จะให้คนรุ่นหลังที่มา ได้เรียนรู้ ได้ยิน ได้ฟัง ... แล้วยกระดับจิตใจตนขึ้นมา กระตุ้นให้ฮึกเหิม ในการฟื้นฟูตน เรียนรู้แบบอย่าง แล้วทำตาม เพื่อผลแห่งตัวเอง

พระมาลัยเหล่านี้ ทำให้เราเชื่อว่าสถานที่นี้มีสิ่งศักดิ์สิทธิ์เกื้อหนุน เราท่านจึงเห็นในสิ่งที่คนทั้งโลกทำไม่ได้ นั่นคือ คนหายจากมะเร็งสมอง โรคหัวใจ โรคไต โรคกระดูก .... เดินกันให้ไขว่

เสียดายที่คนส่วนใหญ่ไม่เห็นแบบเรา จึงไม่ให้ความสำคํญ ทำตนเป็นไทยเฉย ... เพราะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของเขาต้องเหาะลงมา

ไม่สงสัยเลยว่า ที่กรรมการท่านหนึ่งหลวงพ่อนิพนธ์พูดสักฉันใด ร้องขอให้ซื้อสมุนไพรมา ก็นั่งเฉย แล้วบอกว่าสิ่งนี้กระจอก สิ่งที่ตนทำเป็นบุญใหญ่ โน่น ธรรมจักรเพชร ราคา ๑๕ ล้าน ...

ตอนทำ บอกว่าธรรมจักร ได้บุญ ที่นั่นศักดิ์สิทธิ์ แต่ตอนเจ็บมะเร็ง ไม่ไปหาธรรมจักร หาวัดนั้น กลับวิ่งมาทานสมุนไพรแม่ชีเมี้ยนซะนี่ ที่ๆบอกว่ากระจอก

ก็แล้วขวดใบหนึ่ง พริกไทยขีดหนึ่ง เทียบกับธรรมจักร อะไรให้ค่าแก่ชีวิตมากกว่ากัน ในเมื่อธรรมจักรช่วยอะไรไม่ได้ แต่ขวด ... พริกไทย หยุดอาการปวดมะเร็งได้

ทานสมุนไพรให้ตายก็ไร้ผล หากคนป่วยหมดใจ ไม่ทานอาหาร ...

นี่จึงเป็นทางเลือก ที่หลวงพ่อนิพนธ์เสนอ ที่ซึ่งมิใช่เป็นแต่ทางเลือก หากแต่เป็นทางเลือกที่มีโอการรอดได้ด้วยอีกต่างหากถ้าทำได้

วันอาทิตย์ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2558

ย้อนวันวาน

เมื่อครั้งหลวงพ่อนิพนธ์เปิดสำนักที่ลพบุรี สิ่งหนึ่งที่คนสมัยนั้นจะเห็นนั่นคือ การถือขวดยา แล้วรินใส่แก้วให้คนดื่ม พอดื่มเสร็จ ก็ล้างแก้วแล้วรินให้คนต่อไปดื่ม เป็นภาพที่ชินตาในยุคนั้น

อีกภาพหนึ่งที่มีทุกยุคทุกสมัย นั่นคือ การมาของสาธารณสุข ไม่ว่าจะมาในรูปแบบใดก็ตาม ในยุคนั้น คุณหมอก็กล่าวกับหลวงพ่อนิพนธ์ว่า คนที่มาล้วนเป็นโรค บางคนก็ร้ายแรง อยู่ในระยะแพร่เชื่้อ เป็นโรคที่ติดต่อได้ง่าย

ความหมายก็คือ สิ่งทีทำจะเป็นการแพร่เชื้อ เพราะใช้ร่วมกันมากมายเป็นพันคน

หลวงพ่อนิพนธ์จึงกล่าวสั้นๆว่า หากสมุนไพรไม่มีฤทธิ์ แม้นแต่รักษาตัวเองยังไม่ได้ จักช่วยคนได้อย่างไร เชื้อในแก้ว เมื่อโดนสมุนไพรแม่ชีเมี้ยนก็ตายเรียกแล้ว นั่นคือเหตุที่ว่าทำไมจึงไม่ติดเชื้อกันและกัน

ที่ลึกลงไปกว่านั้น สิ่งที่หมอกล่าวคือเชื่อฝรั่ง เชื่อวิทยาศาสตร์ หากแต่สิ่งที่ทำ เชื่อแม่ชีเมี้ยน เชื่อพระพุทธเจ้า ว่า โรคเกิดแต่กรรม ไม่มีกรรม ก็ไม่มีทางติดโรค

อุปมาทีมักหยิบยกมาให้ฟังเสมอ นั่นคือ การรับพระที่เป็นโรคมารักษา ไม่ว่ามะเร็ง เอดส์ หัวใจ ... สารพัดโรค จนมีพระกว่าสามสิบรูป

พระเจ้าอาวาสถามปัญหาแก่หลวงพ่อนิพนธ์ว่า ในยามธุดงค์เมื่อถึงคราวปลงผมจักทำอย่างไร ในเมื่อมีดโกนที่ใช้ต้องใช้ร่วมกัน ... คำตอบก็คือ ท่านเชื่อมั่นในบุญ ในกรรม หรือไม่

นั่นจึงเป็นที่มาของการปลงผมพระทั้งหมดโดยมีดโกนด้ามเดียวใเริ่มจากธุดงค์นั้น และก็ไม่เคยปรากฎว่า พระองค์ไหนจะติดเอดส์ ทั้งที่มีพระป่วยด้วยโรคเอดส์ร่วมในคณะหลายองค์

มา ณ.วันนี้ จึงไม่ต้องสงสัยเลยว่า ทำไมหลวงพ่อนิพนธ์ยืนยันเสมอ ในการนำขวดหรือภาชนะ กลับมาใช้ใหม่ ... มันผ่านการพิสูจน์มาแล้ว หลายยุค หลายสมัยนั่นเอง ...

วางใจเถอะ ถ้าทำแล้วเป็นบาป ที่นี่ไม่ทำ เพราะงินก็ไม่ได้ มาทำให้เป็นบาปทำไม หากคนเอาไปทานแล้วเกิดโรค ... ไม่ใช่ควาย

ยิ่งไปกว่านั้น การเก็บภาชนะที่ใช้แล้วอย่างดี แล้วนำกลับมา ยังเป็นบุญเสียอีก เพราะหากไม่มีภาชนะ คนทุกข์จะเอาสมุนไพรที่ไหนทาน

ใครว่า แค่ขวด นั่นแหละควาย เพราะไม่รู้ ไม่มีปัญญา ... พิจารณาให้ดีเถิด มันคือชีวิตต่างหาก เพราะใช้ให้ชีวิตผู้อื่น ให้สุขแก่ผู้อื่น ให้สุขแก่เขา สุขนั้นถึงตัว

แหล่งบุญ

สิ่งที่พุทธศาสนาต่างจากลัทธิ ความเชื่ออื่นๆ นั่นคือ ยึดหลัก เหตุและผล

ดังนั้น ไม่ว่าใคร หรือ ลั่ทธิใด ที่แอบอ้างเอาพุทธศาสนาบังหน้าแล้วหากิน ย่อมไม่กล่าวถึง โดยสร้างความเชื่อขึ้นมาแทน

ผลก็คือ บุญ ที่จะมาเกื้อหนุน อันเนื่องจากผลของการกระทำที่ทำตาม จึงไม่มี ท้ายที่สุด ความจริงก็ปรากฎ เมื่อวันที่กรรมบันดาลโรคภัย มาเกิดกับตน .. บุญที่คิดว่าทำมาตลอดชีวิต จึงเป็นลมช่วยตนไม่ได้

หลวงพ่อนิพนธ์มักยกอุปมากรรมการท่านหนึ่ง ที่ยึดในแนวนี้ พระบอกบุญใหญ่สร้างธรรมจักรเพชร ๑๕ ล้านบาท ควักกระเป๋าไม่ลังเล มะเร็งที่เป็นอยู่ก็มีแต่หนักขึ้น มาอีกแล้วบุญใหญ่ บินไปอินเดีย ไปสวดมนต์ ณ.ที่ซึ่งพระโคดม ประสูติ ตรัสรู้ ปรินิพพาน กลับมายิ่งหนักกว่าเก่า ... ก็แล้วแหล่งบุญของพระพุทธเจ้าอยู่ที่ใด

หากแม้นบุญอยู่ที่พระ โบสถ์ ศาลา แล้วไซร้ ก็โลกอันกว้างใหญ่ คนมากมายกว่าค่อนโลก ไม่เคยเจอพระ ไม่เคยเห็นโบสถ์ ไม่เคยสร้างศาลา จักเอาบุญที่ไหนมาเลี้ยงตนเล่า ... หากพระพุทธเจ้าบัญญัติเช่นนี้ ก็คงจะหาพ้นคำติฉินนินทาได้

ทางบุญที่พระพุทธเจ้าบัญญัติ จึงเป็นทางสายกลาง ขอย้ำ ไม่ใช่ตึงไป หย่อนไป ที่พูดกันทั้งบ้านทั้งเมือง ไม่ได้เกี่ยวเลย แต่แม่ชีเมี้ยนชี้ให้เห็นว่า พระพุทธเจ้าหมายถึง การกระทำที่เป็นบุญ นั่นคือ การกระทำที่มีผลให้สุขแก่มนุษย์และสัตว์ ทุกคนจึงทำได้ ทุกที่ ทุกเวลา

เหมือนกระจกของกรรมนั่นแหละ กรรมก็ทำได้ทุกที่ทุกเวลา ไม่ว่าชาติใด เผ่าใด ที่ใดในโลก

มูลเหตของกรรมและธรรม ก็เหมือนกัน นั่นคือ ต้องมีผลให้สุขทุกข์ กับคนและสัตว์

หลวงพ่อนิพนธ์อรรถาธิบายให้เห็นชัดว่า ก็เอามีดไปแทงคนตาย แทงเท่าไหรก็ไม่บาป แต่ลองไปตีหัวคนเป็นสิ ...ฆ่าสัตว์ก็บาป ปล่อยไปก็เป็นบุญ

วกกลับมา เมื่อพระพุทธเจ้าโปรดมนุษย์ให้สร้างบุญ จึงมีเอกลักษณ์ของแหล่งบุญอันมหาศาล นั่นคือแหล่งรวมคนทุกข์

สิ่งที่มีคู่กันมา คือ โรงทาน

แลเป้าหมายของการโปรด ก็คือ ปูชนียบุคคล ไม่ใช่ปูชนียวัตถุ

ภาพสองภาพจึงเกิด นั่นคือ พระเวสสันดรและชูชก

ปูชนียบุคคล จึงเริ่มด้วยการมีนิสัยพระเวสสันดร คือ การให้ แลการให้ที่มีผลอันมหาศาลแก่มนุษย์ นั่นคือ สมุนไพร

แต่การให้แบบนี้ ไม่มีชื่อ ไม่มีเสียง ไม่มีประชาสัมพันธ์ จึงไม่มีใครอยากให้ สร้างธรรมจักร สร้างโบสถ์ สร้างศาลา ... จัดไป รุมกันช่วย จนมีวัดเป็นหมื่นๆวัดแล้ว แต่ช่วยให้ใครรอดจากโรคไม่ได้เลย แต่ให้สมุนไพร มันเงียบเหงา วังเวง คิดแล้วคิดอีก

ตอนนี้ก็เริ่มมีอุบัติการณ์ กามิกาเซ่ นั่นคือ การหิ้วกระเป๋ามาหาหลวงพ่อนิพนธ์ แล้วบอกว่า ตนเองเป็นโรค อาการหนัก ทำงานไม่ได้ ไม่มีเงินรักษา เรียกว่า จน หมอก็ทิ้ง ... สรุปคือ ขอมาอยู่รักษา หากไม่หายก็ขอตายที่นี่ ... ว่างั้น

หลวงพ่อนิพนธ์ไม่ปฏิเสธ หากทำตามที่บอกกล่าวได้ นั่นคือ มีคุณสมบัติ ... เพราะรู้ล่วงหน้าอยู่แล้ว เตรียมสวนสมุนไพรไว้ ไปช่วยกันดูแลต้นยา อาหารฟรี สมุนไพรฟรี เพราะนี่แหละคือแหล่งบุญ

สถานที่นี้ ไม่ใช่วัด แต่หลวงพ่อนิพนธ์บอกมันคือแหล่งบุญ จึงเป็นที่รวมของคนทุกข์คนยาก

จึงไม่ต้องแปลกใจเลยว่า ทำไมไม่ได้สร้างธรรมจักร สร้างโบสถ์ สร้างศาลา แค่หิ้วมะพร้าว พริกไทยมา ทำอะไรเล็กๆน้อยๆในสถานที่นี้ ก็มีผลให้อาการของตนดีวันดีคืน

ก็เพราะสิ่งที่ทำ มันมีผลต่อคนทุกข์นั่นเอง ทำให้มีสมุนไพรทาน แล้วอะไรเล่ามีค่ามหาศาลที่สุดในโลก ก็มนุษย์ไง

เราจึงนึกถึงคำแม่ชีเมี้ยนที่ตรัสสอนแก่หลวงพ่อนิพนธ์ว่า แค่ทำให้มนุษย์หายโรคได้คนหนึ่ง บุญก็กินไม่หมดแล้วชาตินี้ ...

ก็นี่มาทำให้มนุษย์หายเป็นร้อยเป็นพัน หลวงพ่อนิพนธ์จึงกล่าวเสมอว่า ลำพังตัวเองน่ะพอแล้ว จึงชวนชักเราท่านให้มาร่วมมีส่วนในการช่วยมนุษย์ แล้วแบ่งบุญที่ได้กันไปช่วยตน ...

บุญที่ไม่เอาเหตุ ไม่เอาผล ไม่เอาที่มาที่ไป ศาสนาของพระภูมีไม่หยาบเป็นกระด้งเช่นนั้นหรอก ใส่บาตรก็ได้บุญ ให้ก็ได้บุญ กูไม่สน กูทำแล้วต้องได้บุญ ไม่เคยสืบสาวเลยว่า สิ่งที่ให้ไป ให้กับผู้ใด แล้วเขาเอาไปทำอะไร ผลแห่งการให้สร้างอะไร ...

จึงไม่ต้องสงสัยเลยว่า บุญที่เราท่านทำ ทำไมจึงไม่ส่งผลมาสู่ตน และมันทำให้สิ่งที่สงสัยว่าฝรั่งไม่มีพระ ไม่มีโบสถ์ ไม่มีศาลา ทำไมจึงมีความเป็นอยู่ดี เงินเดือนดี รายได้ดี ความเป็นอยู่ดี ก็ดูนิสัยคนเหล่านั้นสิ ให้ความสำคัญแก่ชีวิตมนุษย์และสัตว์ มากมายเพียงใด

เครื่องบินเจ๊ง สละเครื่องรักษานักบิน ... ของเรา เครื่องบินเจ๊ง ห้ามสละเครื่อง แก้ไม่ได้ตายไปด้วยกัน ... เครื่องบินกันนักบิน อันไหนมีค่ากว่ากัน จึงไม่แปลกที่ได้ยินว่า ค่าของชีวิตคนไทยนั้นต่ำนัก ดีไม่ดีต่ำกว่าหมาเสียอีก

จูงหมา รักหมา จูบหมา เจอคนแยกเขี้ยวเข้าใส่ ... เอารัดเอาเปรียบ

บทสรุป หลวงพ่อนิพนธ์จึงกล่าวว่า แดนศิวิไลซ์ ไม่ได้วัดกันที่วัตถุ ความเจริญวัดกันที่จิตใจ เมืองใดที่มีคนจิตใจงามส่วนใหญ่ เมืองนั้นแหละที่เรียกว่าเจริญ คนชั่วไม่มีอำนาจ คนดีมากมาย ก็เมืองของสาวกพระพุทธเจ้านั่นแล

บทจบ หายโรคชีวิตปลอดภัย ... คุณสมบัติเดียวที่ต้องมี ... ย้ำต้องมี คือ คนดี ... ในแบบของพระพุทธเจ้า