วันศุกร์ที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

เล็งให้ตรงเป้า


คำสอนของพระภูมีที่แม่ชีเมี้ยนนำมา หลวงพ่อนิพนธ์มักกล่าวเสมอว่า พูดคราใด ย่อมเสียดแทงหัวใจ ยิงปุทะลุเป้า

เพราะคำสอนที่ให้มองผิวเผินย่อมเสมือนการติเตียน ดุด่า ตลอดทางเดิน หาคำชมไม่มีเลย

คนชอบจึงมีน้อย คนทำยิ่งน้อยใหญ่

ดั่งเช่นหมวดสมุนไพร ก็ฟังมาแต่ผู้อื่น ว่ามีฤทธ์อย่างนี้อย่างนั้น ช่วยได้ พกพาความหวังมาเต็มล้น ไม่สนใจอะไรเลย เอาแต่ใจตนว่า สมุนไพรดีจริง กินแล้วต้องหาย

หากแต่เราอยากให้พิจารณาในสิ่งทีทหลวงพ่อนิพนธ์สอน ก็สมุนไพรของพระภูมีที่แม่ชีเมี้ยนนำมา ก็ไม่ได้มีอะไรที่วิจิตรพิสดารมากนัก

ดูอย่างสมุนไพรมะพร้าว มีส่วนประกอบ ขิง ดีปลี พริกไทย กระเทียม และเกลือ มีอย่างใดที่ทุกคนไม่ได้ทานในชีวิตประจำวันบ้างเล่า ไม่มีเลย

บางท่านอาจจะว่า เป็นที่ส่วนผสม ไม่รู้สัดส่วน ก็สมุนไพรตำรานี้ สัดส่วนนี้ ถ้ำกระบอกก็มี สำนักที่แตกออกไปก็มี แล้วทำไมใช้ไม่ได้เล่า

ยิ่งไปกว่านั้น แม้นจะทำมาจากหม้อเดียวกัน ทานเหมือนกัน ป็ให้ผลไม่เหมือนกัน

อะไรเป็นตัวกำหนดผล

หลวงพ่อนิพนธ์ จึงชี้อุปมาให้เห็นชัดขึ้น การทานสมุนไพร เหมือนการทานข้าว ที่แม้นจะหุงหม้อเดียวกัน บางคนทานแล้วให้คุณค่า มีกำลัง หากแต่บางคนทาน กลับเกิดการแพ้ ฉันใดฉันนั้น

ตัวกำหนดผล คือ อำนาจกรรม แลอำนาจธรรมนั้นเอง

หลวงพ่อนิพนธ์อรรถาธิบายว่า ในปากคนเรา แม่ชีเมี้ยนสอนว่า จะมีเขี้ยว ๒ อัน คือเขี้ยวกรรมดี แลเขี้ยวกรรมชั่ว ที่เมื่ออาหารผ่านมา ก็จะกำหนดคุณแลโทษไปตามกรรม จึงไม่แปลกคนจนเก็บของกินจากถังขยะ ก็ไม่เป็นโรค

คนที่อนามัยจัด ต้องฆ่าเชื้อทุกสิ่งอย่าง รักษาสุขอนามัยตามหลักสักฉันใด เมื่อกรรมมาถึง อาหารมันก็เป็นพิษ

การมามูลนิธิ หลวงพ่อนิพนธ์จึงบอกว่า หากมาเพื่อสมุนไพร การมาก็ได้น้อย น่าเสียดาย

เพราะปัจจัยที่มีผลแก่ชีวิต แลยังผลให้สมุนไพรมีฤทธ์ คือ ธรรมต่างหาก

มาหาแม่ชีเมี้ยน หาพระพุทธเจ้า เพื่อเอาธรรม ไปนำตน แล้วได้สมุนไพรเป็นของแถม

ความพ่ายแพ้ของมนุษย์ที่ไม่มีวันรักษาโรคตายได้ หลวงพ่อนิพนธ์ชี้ให้เห็นว่า ไม่ใช่หายาสู้โรคไม่ได้ หากแต่เป็นเพราะการไม่สามารถหักด่านของร่างกาย ให้เข้าถึงโรคได้ต่างหาก

โลกนี้จึงไม่มียารักษาโรคตายใดๆ ได้เลย

แม้นสมุนไพรจะสามารถทะลุทะลวงได้ถึงโรค แต่สุดท้ายไม้เด็ดของกรรมในการพิชิตมนุษย์นั่นคือการเปลี่ยนรูปกรรมที่ปรากฎ

เราท่านอาจโชคดี ไม่ทำอะไรเลยทานสมุนไพรอย่างเดียว หายโรคมะเร็งได้ แต่กรรมยังอยู่ ก็เป็นโรคอื่นแทนขึ้นมาได้ หรือให้เร็วหน่อย แปลงเป็นอุบัติเหตุมาดับเลย ก็เรียกว่าช่วยตนไม่สำเร็จเช่นกัน

ทางเลือกสมุนไพรของพระภูมีที่แม่ชีเมี้ยนนำมา จึงสรุปให้เห็นว่า เสมือนไม้ไผ่ลำเดียว นั่นคือ หากเราท่านไม่เอาคำสอนของพระโคดม ที่หลวงพ่อนิพนธ์หยิบยกมาให้ เราท่านจะเดินไปอย่างไรหนอ จะมีก็แต่มาฉ้อศาสนา มาหลอกทานสมุนไพร ดีแล้วก็กลับไปทำเหมือนเดิมอีก ไม่คิดจะเอานิสัยธรรมใดๆมานำตน ลดกิริยาบางสิ่งบางอย่างบ้างเลย ท้ายสุดก็ไปไม่รอด

เราท่านแน่มาจากไหน คนห่มผ้าเหลือง ที่ว่าเคร่ง ยังหนีโรคไม่พ้น เราท่านที่บรรเลงตามนิสัยเต็มที่ ทานไปก็เสียเวลาเปล่า ผลแพ้ชนะเห็นกันอยู่

สัปดาห์ที่ผ่านมา มีคนไข้มะเร็งกลับมามูลนิธิอีกครั้ง หลังจากการมาฟื้นฟูตัวในครั้งแรกด้วยสถาพร่อแร แรงแม้แต่เดินยังไม่มี พอแข็งแรง มีกำลังวังชา เธอบอกมาไม่ได้ตอนนี้มีงานรออยู่ เงินมหาศาล ไม่มีเวลา วันนี้เธอกลับมาอีกครั้ง หลังจากห่างหายไปเป็นปีๆ พร้อมกับร่างผอมและดำ พร้อมคำพูดหนูแย่แล้ว

หากท่านเป็นคนตัดสินความ คนเยี่ยงนี้ ควรรับผลเยี่ยงใด

มาถึง วิทยากรบอกให้เดินเลยโรค อย่าไปใส่ใจมาก ทานสมุนไพรไป ทิ้งยาเคมี วันนี้เราอยากบอกท่านว่า ให้เดินเลยสมุนไพร อย่าใส่ใจมากนัก มีก็ทาน หากแต่มุ่งเข้าเป้า สิ่งที่ช่วยตนได้ ที่หลวงพ่อนิพนธ์สอน นั่นคือธรรม หรือ นิสัยพระพุทธเจ้า ที่ควรแสวงหามานำตน

มูลนิธิกำลังปรับโหมดไปหาของจริง แก่นแท้ที่ชวยชีวิตเราท่าน นั่นคือ ธรรมคำสอนของพระภูมี ที่แม่ชีเมี้ยนนำมา

โรคที่ว่าตายแน่ หลวงพ่อนิพนธ์กล่าวเสมอ หากใช้การปฏิบัติธรรม และทำได้ แลยังไม่สิ้นอายุขัย รับรองว่า มาร้อย ทำได้ทั้งร้อย ก็รอดทุกตัวคน

ขอย้ำ ไม่เอาธรรมมานำตน เริ่มตามที่หลวงพ่อนิพนธ์ชี้ คือความสงบ รักษากรรมฐาน ในห้องสวดมนต์ กระโจมแลเวลารับยา แล้วไซร้ การมาก็เสียเปล่า อย่างดีก็แค่ยืด หลอกตัวเองไปวันๆ เห็นคนทำได้เขาหาย ก็คิดว่าตนจะหายมั่ง ... หลักนี้ ... ใครทำ ใครได้ อย่าหวังเลย หายโดยไม่ต้องทำ ยาก

นักวิทยาศาสตร์ไม่ได้พ่ายแพ้โรค เขาแพ้อำนาจกรรมต่างหาก ที่ไม่สามารถหักด่านนี้ไปได้ แลไม่มีวันทำได้ด้วย เพราะกรรมมันมีอำนาจเหนือ เป็นตัวสร้างมนุษย์ แล้วจะเอาสมองท่กรรมมันสร้าง ไปชนะได้อย่างไร นี่แลเหตุที่ต้องมีศาสนา เพื่อสร้างอำนาจธรรมไปชนะกรรม

วันอังคารที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2558

คำสอน

หลักธรรมคำสอนของพระภูมี มักจะมีคำว่าวรรณะ แทรกอยู่เสมอ

เมื่อพราหมณ์ได้ยินเอาไปใช้ ด้วยความรู้ที่ผิด จึงผิดเพี้ยนกลายเป็นวรรณะดั่งทุกวันนี้ ในอินเดีย

ธรรมที่พระภูมีนำมาสอน ก็แบ่งเป็นวรรณะ ตามความประสงค์ของผู้ทำ ว่าจะปรารถนาถึงสิ่งใด

เราไม่ก้าวก่ายคำสอนอื่นว่าผิดถูก หากแต่หลวงพ่อนิพนธ์ยกคำสอนแม่ชีเมี้ยนให้ำจารณาว่า คนเมื่อมาหาศาสนา พระภูมีย่อมจำแนกว่าผู้นั้นปรารถนาสิ่งใด แล้วจึงสอนไปตามความปรารถนาของผู้นั้น

ธรรมชั้นต่ำสุด ผลที่ได้ผู้ทำพึงปรารถนา มนุษย์สมบัติ แลธรรมอันสูงสุด ผู้ทำปรารถนาถึงซึ่งนิพพานสมบัติ

เมื่อความปรารถนาต่างกัน วินัยที่พึงปฏิบัติจึงมากน้อยต่างกัน

หากแต่เราท่าน ปรารถนาแค่มนุษย์สมบัติ คือความไม่มีโรค แต่การปฏิบัติ กระทำตนดั่งเช่น ผู้ปรารถนาซึ่งนิพพานสมบัติแล้วไซร้ ย่อมทำให้ผลแห่งปรารถนาถึงเร็วเป็นธรรมดา

หลวงพ่อนิพนธ์อุปมาเหมือนการปฏิบัติคือการหาเงินนั่นเอง หลักผฏิบัติเบื้องต้นแก่ผู้ปรารถนามนุษย์สมบัติ ย่อมเป็นเรื่องที่ง่าย คนทั่วไปล้วนทำได้ไม่ยากนัก เมื่องานง่ายรายได้ก็น้อย นั่นคือเงินบุญที่พึงได้น้อย

หากแต่เมื่อไปปฏิบัติแนวทางนิพพานสมบัติ ต้องควบคุม กาย วาจา ใจ ทุกชั่วยาม งานมากและยากขึ้น ผลที่ได้เงินบุญจึงมากมายกว่านัก

กระบวนการฟื้นฟูตน สำหรับผู้ที่เข้าขั้นสาหัส ฟมอไม่รับ หลวงพ่อนิพนธ์จึงมักแนะนำให้ใช้แนวทางนิพพานสมบัติ คือการบวช ทำวินัย ซึ่งจะทำให้มั่นใจได้ว่า มีเงินบุญมากพอในการช่วยตน เรียกว่า สบายใจทั้งคนช่วยและคนถูกช่วยนั่นเอง

คำสอนที่ให้แก่พระ จึงต้องละเอียด เน้นทั้ง กาย วาจา ใจ

คำสอนหนึ่งที่เราได้ฟัง อันเป็นการสอนแก่พระรูปหนึ่งในที่ประชุมสงฆ์ กล่าวถึง ท่าทางในการเดิน ที่แกว่งแขวน โยกไหล่ เนื่องจากความเป็นนักเลงเก่า ครั้งสมัยฆราวาสนั่นเอง

หลวงพ่อนิพนธ์สอนว่า ต้องปรับเปลี่ยนเพราะดูไม่งาม ทำให้ญาติโยมรู้สึกไม่ดีได้

เรียกว่า การเดินนั้นเป็นเหตุให้ญาติโยมทำบาป เพราะอาจวิพากษ์วิจารณ์ติเตียน หากแต่ผู้ที่ติเตียนเป็นผู้ผฏิบัติ บาปนั้นก็กลายเป็นทวีคูณ

คนที่มาหลายคน สภาพปัญหานั้นเปรียบเหมือนซุงท่อนใหญ่ หากยังทำตนเหมือนคนทั่วไป ย่อมยากจะถึงซึ่งปรารถนาคือหายโรค

คนจำพวกนี้ ณ วันนี้จึงมีโอกาส ที่ทางเลือกในการใช้แนวปฏิบัติแบบหลุดพ้น หรือถึงซึ่งนิพพาน เปิดอีกครั้ง หากไม่คว้าก็น่าเสียดาย คิดจะเอาแบบคนอื่น ทั้งทีาปัญหาตนนั้นสาหัสนัก

สิ่งที่รู้ สิ่งที่ทำ ล้วนแล้วว่าดี แต่ก็พิสูจน์แล้วว่า ช่วยตนไม่ได้ มันดีเพราะนึกไปเอง ลองวางความรู้นั้น แล้วไปเรียนธรรมของพระภูมีที่แม่ชีเมี้ยนนำมา แล้วทำเพื่อช่วยตน

ไม่ใช่ไปลอง สิ่งนี้ผ่านการพิสูจน์มาแล้ว นับแต่ยุคถ้ำกระบอก มาถึงปี30 ที่เปิดอีกครั้ง มีคนมากมายมหาศาลที่ใช้ช่วยตนจนสำเร็จ ไม่ว่าโรคใดๆ สาหัสแค่ไหน ล้วนผ่านมาแล้วทั้งสิ้น

เราจึงถือว่า วันที่ 29 กรกฎาคม เป็นวันมหามงคล เหมือนฟ้าเปิดม่าน ส่วนที่มูลนิธิ นั้นแค่น้ำจิ้ม ทำให้ดูว่าทำได้ แต่จะหวังผลให้ได้ตามเจตนาของศาสนา คือคนดี นั้นยากยิ่ง เพราะปรารถนาของคนส่วนใหญ่ ไม่ไดเข้าถึงธรรมใดๆเลย ติดอยู่กับสมุนไพรอย่างเดียวหมด

ช่างน่าเสียดายนัก มาเจอศาสนา แต่ไม่ได้แก่นธรรมไปนำตนสักนิด ติดอยู่ที่กระพี้คือสมุนไพรเสียหมด เข้าตำรา มีตาหามีแวว จึงมองๆม่เห็น หรือจะเป็นเพราะบุญมี พามาเจอ แต่กรรมมันบังตา บังใจ

ไม่ต้องแปลกใจ ที่ในอนาคต น้ำหนักจะถูกเทไปทางผู้ปฏิบัติเกือบหมด นั่นเพราะหลวงพ่อนิพนธ์ให้ความสำคัญแก่ผู้ที่อยากปฏิบัติ และทำตนเป็นคนดีนั่นเอง

วันจันทร์ที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2558

ขาลีบ


หลักสมุนไพรของพระภูมี ที่แม่ชีเมี้ยนนำมา เมื่อเป็นธรรมหมวดหนึ่ง จึงมีคุณลักษณะเหมือนธรรมหลุดพ้น

ประการแรก มิใช่ของสาธารณะ มีเจ้าของ ใครจะลักเอาไปทำก็ไม่ได้

ผู้ที่จะใช้ต้องมีคุณสมบัติ นั่นหมายความว่าใช้ไม่ได้กับทุกคน อุปมาเหมือนพระพุทธเจ้าหาสาวก ย่อมเลือกเฟ้นเฉพาะผู้ที่ฝึกได้

ผลแห่งการกระทำ ย่อมเป็นตามหลักเหตุและผล นั่นคือ ผลการกระทำใดที่ทำแล้วให้สุขแก่ผู้อื่น จึงเป็นสุขย้อนคืนมายังตน หากทำแล้วไม่เกิดผลอันใด การกระทำนั้นก็สูญเปล่า หาผลคืนกลับมายังตนไม่ได้เลย

การทานสมุนไพร หลวงพ่อนิพนธ์ชี้ให้มองข้ามโรค แต่มองให้เห็นว่าเกิดแต่กรรมที่เราทำมา ผลแห่งการกระทำนั้นมาบังเกิดเป็นโรค

ขาที่ใช้ในการฟื้นฟูตน จึงจะมีเพียงสมุนไพรไม่ได้ แม้นสมุนไพรจะช่วยให้หยุดโรคได้ แต่หยุดกรรมไม่ได้ กรรมที่ทำมายังคงอยู่ ก็เกิดโรคใหม่ได้ ขาสมุนไพรจึงเป็นการแก้ปลายเหตุ ที่เมื่อทำแล้วงานไม่จบ

ขาที่สองคือธรรม จึงเป็นขาหลักที่ใช้ในการแก้ปัญหาที่เบ็ดเสร็จ แต่เนื่องจากเราท่านยังไม่รู้วิธีการทำที่ถูก หรือยังไม่มีความชำนาญในการทำ ผลที่เกิดก็อาจยังไม่พอแก้ปัญหา การใช้ขาสมุนไพร ทำให้เราท่านมีโอกาส มีวันเวลาที่มากขึ้น ในการเรียนรู้ฟังจากหลวงพ่อนิพนธ์ แล้วนำมาทำเพื่อช่วยตน

ปัญหาที่ทำให้การฟื้นฟูตนล่าช้าก็คือ ทุกคนไม่คิดจะใช้ขาธรรมนำตน เอาแต่ขาสมุนไพรเพียงอย่างเดียว ขาของธรรมจึงลีบ

สิ่งหนึ่งที่ขาดความเข้าใจนั่นคือ ผลแห่งการปฏิบัติธรรม นั้นมีมหาศาลมากกว่าสมุนไพรมาก หากย้อนกลับไปดูคำสอน ก็ด้วยเหตุสมุนไพร ให้ผลเฉพาะตน จึงมีข้อจำกัด ในขณะที่ธรรมมีผลต่อคนอื่นๆด้วย มากน้อยตามสถานะ

ปรารถนาสุข คือไปให้ถึง นิพพาน ในวันข้างหน้า ตามคำอธิษฐาน บรรลุมรรค จะไปได้อย่างไรหากไม่มีการกระทำ ได้แต่ฝันไกลแต่ไปไม่ถึง

เราจึงอยากพึงเตือนอีกครั้งว่า สิ่งที่ทำอยู่มันเป็นของมีเจ้าของ การกระทำแม้นดูว่าเหมือนกัน แต่ผลที่ได้ต่างกันมหาศาล

คนสองคนมาสถานที่เดียวกัน คนหนึ่งสวดมนต์ในที่ที่หลวงพ่อนิพนธ์กำหนด อีกคนก็สวดเหมือนกัน บทเกียวกัน แต่นั่งนอกพื้นที่ที่กำหนด หลวงพ่อนิพนธ์กล่าวว่า ไม่รับผิดชอบ นั่นคือ ผลแห่งการทำตามได้เป็นบุญมาช่วยตน หากแต่ผลแห่งการทำตามใจตน อย่างเก่งก็เป็นได้แค่กรรมดี ซึ่งโรคหรือกรรมมันไม่กลัว

ภาพที่เด่นชัดที่หลวงพ่อนิพนธ์ฉายให้เห็นชัด นั่นคือท่านตอง ที่มีพี่น้อง ๕ คน ทุกคนเป็นมะเร็งสมอง เมื่ออาการเกิด ทำงานไม่ได้ ท่าตองจึงไปบวช

การบวชของท่านตอง ช่วยอะไรไม่ได้เลยกับโรคที่เป็น มีแต่อาการหนักขึ้น จนแทบจะฆ่าตัวตาย

แต่เมื่อท่านตองมาปฏิบัติตามวินับของพระภูมีที่แม่ชีเมี้ยนนำมา ตามคำสอนของหลวงพ่อนิพนธ์ ท่านตองกลายเป็นคนเดียวในพี่น้องที่รอด และหายจากมะเร็งสมอง กลายเป็นราษฎรอาวุโสของเขาค้อ เป็นวิทยากรสอนจักสานแก่ชาวบ้าน มาจนทุกวันนี้ กว่ายี่สิบปีแล้ว

การบวชปฏิบัติวินัยครั้งพุทธกาลที่แม่ชีเมี้ยนนำมา ผู้ใดทำได้ นั่นคือการทำขาธรรมเป็นหลักในการช่วยตน ขาสมุนไพรเป็นตัวเสริม กล่าวง่ายๆ คือ ใช้กรรมก่อนด้วยการสร้างบุญ เมื่อกรรมเบาบางหรือหมด วิญญานก็ขึ้นที่สูง โรคก็อ่อนแรงถูกสมุนไพรกำจัดโดยง่าย

การฟื้นฟูตนโดยไม่เอาธรรมจึงเป็นเรื่องที่ยาก เพราะขาธรรมมันลีบ ยิ่งหากกรรมที่ ทำมามันสาหัส สมุนไพรก็กลายเป็นไม้ซีก จะไปงัดไม้ซุงกรรม ก็คงยากหากกรรมน้อยๆก็พอไหว

ตอนนี้มีโอกาส หลวงพ่อนิพนธ์เปิดให้มีการบวชพระ ชี ... เราท่านจะได้เรียนรู้ว่า ธรรมครั้งพุทธกาลเขาทำอย่างไร เมื่อทำถูกผลถูกก็จะเกิด การช่วยตนไม่ว่าสาหัสเพียงใด เมื่อทำถูกก็ย่อมเป็นไปได้ เพราะขนาดท่านตองมะเร็งสมอง มาด้วยวัยอาวุโสใกล้ ๖๐ ปี ยังทำแล้วช่วยตนได้

แค่สัจจะข้อไม่โกรธ ที่มีผลอันมหาศาล ไปเรียนสิว่า การสร้างสติข่มความโกรธ ต้องทำอย่างไร อะไรเรียกวาาเหตุ อะไรเรียกว่าผล

เรียน แล้วกลายเป็นบัณฑิต ทีนี้ขาธรรมก็จะไม่ลีบ ไปที่ไหนก็สร้างบุญได้ ไม่ต้องพึ่งสมุนไพรมากจนเกินไป งานปีค่อยกลับมาทานสักครั้ง เหมือนคนเก่าๆ

สมุนไพรเขามีไว้เป็นสะพานชั่วคราว สะพานที่มั่นคงยืนยงคือ สะพานบุญ

มาถึงที่ หลวงพ่อนิพนธ์จึงสอนว่า มาหาอะไร เจออะไร มีทางบุญแต่มาไม่เจอ พบแต่สมุนไพร บางคนก็มาเจอพวก มาหาคนคุย มาหาประโยชน์ ล้วนแล้วแต่น่าเสียดาย ทั้งเวลา และทรัพย์ เพราะไม่ได้มาเพื่อชีวิต มาทำให้วิญญานใดๆ เลย