วันศุกร์ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2557

ครูพักลักจำ


จิตอาสา เรียนถามหลวงพ่อนิพนธ์ ถึงปัญหาที่เกิดว่าทำไมจึงล่าช้า หลวงพ่อนิพนธ์อรรถธิบายว่า หลักของพระภูมี เน้นที่ความสงบ การสร้างกรรมและสร้างบุญ มีหลักเหมือนกัน คือ กาย วาจา ใจ

เมื่อเราท่านมาสถานที่นี้ มาสมัครเป็นจิตอาสา ก็ควรมุ่งที่ความสงบ หากแต่อาจถูกโน้มน้าว กลายเป็นว่า ไปเป็นจิตอาสา จะได้มีเพื่อนเยอะ ได้คุยวิพากษ์วิจารณ์ .... นั่นหมายความว่า เจตนาที่จะมีการกระทำเป็นบุญ จึงถูกทำให้เสียไป ด้วยไม่ครบองค์สาม

เช่นทำไป ว่าคนโน้น ติคนนี้ไป ทำให้บุญเราเสียไปจนเหลือไม่พอมาแก้ไขปัญหาที่มีนั่นเอง ....

คำแนะนำจึงมีว่า ไม่ว่าจะอยู่สถานที่ใด บนรถ ในตลาด ก็ทำให้เหมือนอยู่ในโบสถ์คนเดียวหน้าพระประธาน รักษากิริยา ความสงบเข้าไว้ เหมือนคนไข้ท่านหนึ่ง พกยาดำติดตัว ขึ้นรถเมล์ ก็หยิบทาน หลับตา รักษากรรมฐานไว้ แม้นจะถูกเหยียบขา ก็ยังคงความสงบ นั่นเรียกว่า ทานถูกวิธี มิใช่ตนเป็นแม่ค้า ทานสมุนไพรไป ด่าลูกค้าไป ...

นี้เรียกว่า การทานของเราท่าน ยังทานไม่ถูกวิธี เมื่อทำไม่ถูก ผลก็เกิดไม่เต็มที่ ไม่เพียงพอต่อการแก้ปัญหาที่มีนั่นเอง หากทานถูกวิธีแล้วไซร้ หลักสมุนไพรของพระภูมีที่แม่ชีเมี้ยนนำมา จะเป็นวิธีที่ฟื้นฟูตนได้อย่างเฉียบขาด และรวดเร็วที่สุด

ปรับตัวให้ทันการเปลี่ยนแปลง


เมื่อครั้งแม่ชีเมี้ยนมอบตำราสมุนไพรให้แก่หลวงพ่อนิพนธ์ ท่านอุปมาให้ฟังว่า สิ่งที่ให้ เหมือนดุจดั่งเมล็ดไทร

เม็ดอันน้อยนิดนี้ เมื่อนำไปปลูก กว่าจะตั้งตัวได้ ย่อมยากลำบาก แต่เมื่อเติบใหญ่ จะแผ่กิ่งก้านสาขา ให้เป็นร่มเงาอันมหาศาล

วันเวลาแห่งการตั้งตัวใกล้จะสิ้นสุดลง อันหมายถึงช่วงโปรโมชั่น ที่ต้องพยายามโน้มน้าวคนให้มาใช้ทางเลือกสมุนไพร นั่นเอง

วันเวลาดังกล่าว จึงต้องลดทอนกฎระเบียบให้หย่อนลง เพื่อเปิดโอกาสให้คนจำนวนมากได้มีโอกาสมาสัมผัส และใช้เป็นทางเลือกประการหนึ่ง แล้วคัดสรรคนที่ทำได้ เพื่อเป็นตัวอย่างให้คนเห็นว่า หลักของพระภูมีมีจริง ความไม่มีโรค นั้นทำได้จริง

หากแต่เมื่อถึงเวลา นั่นคือ ตั้งตัวได้แล้ว แสดงให้คนเห็นแล้ว ว่าสิ่งนี้มีจริง และทำได้ แม่ชีเมี้ยน ก็บอกว่า นั่นถึงเวลาที่จะต้องคัดสรรคน เลือกเฉพาะคนที่ทำได้ เพราะวันเวลามีน้อย คนที่จะทำแล้วเกิดผล นั่นคือ คนที่มีคุณสมบัติ

หลายคนมุ่งค้นหาสิ่งศักดิ์สิทธิ์มาเกื้อกูลชีวิต ตลอดทั้งชีวิต แต่ดิ้นรนสักเท่าไหร่ ก็ไม่เจอ สิ่งที่เจอ ก็มีเพียงแต่สิ่งศักดิ์สิทธิ์คิดเอาเอง มีแต่ลม ครั้นพอเจอกรรม ประสพปัญหาของชีวิต จึงแก้ไม่ได้

เมื่อมาเจอศาสน์ของจริง หลวงพ่อนิพนธ์จึงชี้ช่องให้เห็นว่า การสร้างหรือค้นหาสิ่งศํกดิ์สิทธิ์ โดยมนุษย์นั้นเป็นไปไม่ได้ หากแต่พระภูมีทำแนวทางให้เห็นว่า แม้นแต่ตัวท่านก็ไม่ใช่สิ่งศํกดิ์สิทธิ์ หากแต่ทำคุณสมบัติ จนสิ่งศักดิ์สิทธิ์เกื้อกูล และใช้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ได้

นั่นคือ เราท่านไม่สามารถสร้างสิ่งศักดิ์สิทธิ์ หากแต่สิ่งที่ต้องสร้างคือ คุณสมบัติ เพื่อให้เข้าเกณฑ์แล้วสิ่งศักดิ์สิทธิ์จะเกื้อกูลเอง

ดังนั้น หลักของพระภูมี จะสามารถสัมผัสสิ่งศักดิ์สิทธิ์ จึงผูกโยงกับพฤติกรรมของเราท่านเป็นสำคัญ ... จนมีคำกล่าวว่า ใครทำ ใครได้

การมาฟังหลวงพ่อนิพนธ์ จึงมาเพื่อเรียนรู้เหตุและผลตรงนี้ และเรียนวิธีการสร้างคุณสมบัติ แล้วเอาไปทำในส่วนที่ทำได้นั่นเอง

เมื่อวาระมาถึง ซึ่งหลวงพ่อนิพนธ์กำหนดเริ่มตั้งแต่ วันเปิดปฐมฤกษ์ ของอาคารผู้ป่วยมะเร็ง ... นั่นหมายความว่า เมื่อวินัยกำหนดออกมา ใครทำไม่ได้ หรือไม่ทำ ก็จะถูกคัดออกไป โดยเฉพาะโรคมะเร็ง

ใครไม่มา มาไม่ได้ อันนี้เรียกว่าขาดคุณสมบัติร้ายแรง ไม่ให้ค่าแก่ชีวิต หรือวันแห่งชีวิต หลวงพ่อนิพนธ์กล่าวว่า ฟ้าดินเขาถือ ก็จะถูกตัดสิทธิ์ไป ... ใครทำตามวินัยที่กำหนดได้ หากแม้นไม่ใช่โรคจากพรหมลิขิตแล้วไซร้ รับรองได้ว่า หายทุกคน

วันเวลาแห่งการฝึกหมดลงแล้ว คนที่ไม่เคยฝึกสงบ ในยามสวดมนต์ ฟังคำสอน ครั้นถึงเวลาจริง ก็จักอึดอัดมาก ทำได้ยาก ประเภทเข้าห้องปุ๊ป นั่งปั๊บ คุยทันที ... มันจะทำไม่ได้แล้ว และไม่มีโอกาสให้แก้ตัวแล้วเช่นกัน

บทสรุป หลวงพ่อนิพนธ์จึงกล่าวว่า การเปลี่ยนแปลงของวินัย เพื่อให้เข้ากับบทบัญญัติของฟ้าดิน จะรวดเร็ว ... และเป็นการคัดสรรผู้ที่ทำได้ เพราะผู้ที่ทำได้เท่านั้น จึงจักประสพผล ... ไม่ใช่ประสพผลเพราะตัวของหลวงพ่อนิพนธ์ หรือ สมุนไพร

จุดใหญ่ใจความ ของการหาย จึงไม่ใช่อยู่ที่โรค แต่เป็นที่นิสัย พฤติกรรมต่างหาก ที่เป็นเครื่องชี้ผลว่า แพ้หรือชนะ

เมื่อผลแห่งโรคมะเร็งเกิดให้เห็นเป็นรูปธรรมคนแล้วคนเล่า โรคร้ายอื่นๆ ก็จักได้โอกาส โดยเฉพาะโรคเอดส์ และยาเสพติด ที่หลวงพ่อนิพนธ์ ได้จัดเตรียมสถานที่ไว้รองรับอยู่แล้ว

ที่ไหนว่าแน่ พามะเร็ง พาเอดส์ ไปถวายเลย ... แต่ที่นี่ ไม่แน่ แต่ทำได้ แล้วทำไมต้องมาง้อ อ้อนวอนให้ทำเล่า .... มันหมดโปรโมชั่นแล้ว

วันอังคารที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2557

อาแปะมะเร็งจมูก

เรื่องเล่าที่มักถูกหยิบยกมาครั้งถ้ำกระบอกเสมอๆ นั่นคือ อาแปะ ที่แกมีเพื่อนเป็นผู้ติดยาเสพติด ครั้นพอเพื่อนไปเลิกยาที่ถ้ำกระบอก แกเป็นเพื่อนไปส่ง

ครั้นพอเพื่อนหายจากอาการยาเสพติด เพื่อนก็บอกแกว่า โรคต่างๆ ที่เป็น ก็หายไปด้วย ทำให้แกเกิดความคิดว่า ถ้างั้นยาตัดที่ให้พวกยาเสพติดทาน ก็สามารถรักษาโรคแกได้ด้วยซิ แกจึงรีบไปสมัคร แต่ถูกพระปฏิเสธ เพราะไม่ได้เป็นผู้ติดยา

กลับมา ให้เพื่อนสอนวิธีการเสพยา แล้วไปซื่อยามาสูบ ใช้เวลาประมาณ ๑๕ วัน
แกก็เสพยาเป็น แล้วกลับไปบอกพระว่า แกมาขอบำบัดยา
พระก็ให้ทำท่าวิธีการเสพให้ดู แกก็ทำให้ดู และได้เข้ารับการบำบัดสมใจ

วันที่ ๕ ของการบำบัด แกร้องตะโกนในห้องน้ำ พระรีบตามไปดู ปรากฎแกบอกว่า แกร้องเพราะดีใจ ที่ก้อนเนื้อมะเร็งในโพรงจมูกของแก หลุดออกมา

มาวันนี้ หลวงพ่อนิพนธ์ จึงเปรยว่า โรคอื่นๆ ที่ยังมีเวลา คนส่วนใหญ่ จึงมักไม่ค่อยเน้น มาเพื่อทำให้มันจบในเร็ววัน ทำตามนิสัย บางที อาจต้องจำกัดเฉพาะโรคตายกระมัง เริ่มจากทำ มะเร็ง ให้เปิ็นกิจลักษณะ เมื่อประสพผล ก็เพิ่ม โรคเอดส์ และยาเสพติดเข้ามา

นั่นหมายความว่า ในอนาคต ก็อาจจะรับแต่คนที่เป็นโรคเหล่านี้ เหมือนเมื่อครั้งถ้ำกระบอก เพราะเมื่อเป็นโรคตาย การพูดคุยแล้วทำตามก็จะง่าย

คำพูดเล่นๆ ก็คือ พวกโรคอื่น วันหลังอยากมารักษา ก็ต้องรอเป็น มะเร็ง เอดส์ หรือติดยา จึงจะรับ

และเช่นถ้ำกระบอก จำนวนที่รับได้มีจำกัด ดังนั้น คิวจึงยาวเป็นหางว่าว รอโรงเรือนว่าง จึงเรียกตามคิว

เมื่อมีโอกาสจึงควรเรียนรู้ แล้วช่วยตนให้แล้วเสร็จโดยไว. ไม่เพียงช่วยตน ยังทำให้คนอื่นได้มีโอกาส และเห็นรอยที่ได้ทำ อยากมาเดินตามบ้าง